BLOG

ข้อคิด คำคม บทความดี ๆ ที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจ จากปลายปากกาของคุณประไพศรี ประเสริฐแก้ว

กรณีใดบ้างที่กรรมสิทธิ์ในที่ดินของเราจะตกเป็นของคนอื่น

 

แม้ว่าโฉนดที่ดินจะอยู่กับตัว แต่กรรมสิทธิ์อาจจะตกเป็นของคนอื่นได้ ตามกรณีดังต่อไปนี้ คือ
– ไปกู้ยืมเงินแล้วผิดนัดชำระหนี้ จนถูกฟ้องศาลดำเนินคดี จนถึงขั้นยึดทรัพย์ขายทอดตลาด
– ไปเซ็นค้ำประกันให้กับบุคคลอื่น แล้วบุคคลนั้นผิดนัดชำระหนี้ จนถูกฟ้องแล้วลามมาถึงคนค้ำด้วย

ส่วนใหญ่แล้วถ้าเจ้าตัวไปกู้หนี้ยืมสินเอง มักจะระมัดระวังตัว เมื่อได้รับจดหมายทวงหนี้ ก็อาจจะมีการขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้เอง หรือหยิบยืมเงินมาใช้หนี้ เรื่องนี้คนถือกรรมสิทธิ์ย่อมรู้ตัวอยู่เสมอว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินจะหายไปหรือไม่อย่างไร
แต่ที่ไม่รู้ตัวอยู่ดีๆ โฉนดตกเป็นของคนอื่นก็จะเป็นกรณีไปค้ำประกัน ญาติ ลูก หลาน กรณีเขาไปซื้อมอเตอร์ไซค์แพงๆ หรือรถยนต์ นั่นแหละค่ะ

กรณีนี้ลูกหนี้รู้ตัวดีว่าผิดนัดชำระหนี้ กลัวโดนคนค้ำต่อว่า เวลามีจดหมายอะไรมาก็จะแอบเก็บเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ แม้กระทั่งหมายศาล หมายบังคับคดี จนไม่ทราบว่ามีการประมูลที่ดินกันเมื่อไหร่อย่างไร เสียสิทธิ์ในการไปคัดค้านการซื้อขายในวันประมูล หรือแม้มีเงินทองก็ไม่มีโอกาสได้เจรจากับเจ้าหนี้ หรือแม้แต่ซื้อคืน
กรณีนี้แหละค่ะที่พบเจอว่าทรัพย์ที่ไปซื้อกับสำนักงานบังคับคดีนั้น ไม่มีจำเลยไปปรากฏตัว ซื้อแล้วพอจะไปทำประโยชน์ถึงจะเจอกับเจ้าของตัวจริง ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีติดต่อซื้อคืน พร้อมให้ค่าดำเนินการกับคนที่ไปประมูลมากันจนเป็นที่พอใจ ส่วนคนที่ก่อเรื่องไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่เขาต้องไปจัดการกันละค่ะ

ดังนั้นหากท่านเคยไปค้ำประกันใครมา อย่าลืมตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินว่าโฉนดที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของท่านหรือไม่

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

6 เทคนิคเพิ่มมูลค่าในที่ดินเปล่า

ที่ดิน 3 จังหวัดพุ่ง!!

ลงทุนคอนโดฯ ปล่อยเช่า ทำอย่างไรให้ไปรอด