BLOG

ข้อคิด คำคม บทความดี ๆ ที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจ จากปลายปากกาของคุณประไพศรี ประเสริฐแก้ว

ลงทุนที่ดินอย่างไรกำไรงาม

1.ทำเป็นที่เช่าจอดรถ
หากที่ดินเปล่าของคุณนั้น อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ห้างสรรพสินค้า ย่านธุรกิจ ใกล้คอนโดมิเนียม อยู่ทั้งชานเมือง และในเมือง ระหว่างที่รอคอยการขายนั้น ลองนำมาเปิดให้เช่า เป็นที่จอดรถชั่วคราวดูสิ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าที่ดินผืนนั้นอยู่ติดกับคอนโดฯ อพาร์ทเม้นต์ ด้วยแล้ว ยิ่งง่ายดายเข้าไปใหญ่ เพราะร้อยทั้งร้อยปัญหาของอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดฯ มักมีพื้นที่จอดรถไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้อยู่อาศัยภายใน

แน่นอนว่างานนี้ลงทุนเพียงเล็กน้อย อย่างการจ้างยามเพื่อเฝ้ารถ หรืออาจจะต้องลงทุนปูพื้นบนที่ดิน สร้างหลังคากันแดดให้กับรถนั้นๆ

โดยวิธีการเหล่านี้ค่อนข้างนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะไม่ต้องลงทุนมาก รื้อถอนสิ่งก่อสร้างได้ง่าย ไม่ต้องมีพันธะผูกพันเหมือนกับการปล่อยให้เช่าประเภทอื่นๆ ด้วย

2. ใช้เป็นที่เก็บของ หรือสินค้า
หากพื้นที่ดินเปล่าของคุณนั้นใกล้กับโรงงาน หรือร้านค้าต่างๆ การสร้างโกดังโล่งๆ เอาไว้เปิดเช่า หรือไว้ใช้เก็บสินค้าธุรกิจของคุณก็ดูไม่เลวเช่นกัน แต่เริ่มแรกให้เน้นพัฒนาให้น้อยที่สุด เมื่อมีลูกค้าก็ค่อยๆ พัฒนาการบริการเพิ่มได้เช่นกัน ไม่แน่นะ ถ้ารุ่งจริงๆ คุณอาจไม่ต้องขายด้วยซ้ำ แค่คอยเก็บเงินค่าเช่าไปเรื่อยๆ ก็ยังได้!

3. สร้างพื้นที่ตลาดนัดแบบลานโล่ง
นับว่าเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย แต่คุณควรคำนึงเสียก่อนว่า ที่ดินผืนนั้นต้องห่างจากตัวเมือง (ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด หรือกรุงเทพฯ) ไม่น้อยกว่า 2 กิโลเมตร มีพื้นที่ให้จอดรถพอสมควร ยิ่งถ้าเดินทางสะดวกด้วยรถสาธารณะด้วยแล้ว ก็มีความป็นไปได้สูงที่ตลาดนัดเปิดโล่งของคุณจะมีพ่อค้าแม่ค้ามาเช่าที่

4. ปลูกหญ้าขาย
หากที่ดินของคุณอยู่ชานเมือง ใกล้กับแหล่งเกษตรกรรมต่างๆ การปลูกหญ้านั้นก็น่าสนใจ เพราะคุณไม่ต้องลงทุนมาก ขอเพียงหาหนทางซื้อขายหญ้ากับเหล่าฟาร์มต่างๆ ได้เป็นอันดี นอกจากนี้ยังดูแลง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการทำการเกษตรแบบจริงจังขนาดนั้น หรือหาเงินในระยะสั้นๆ แบบฉาบฉวย


5. ทำการเกษตรด้วยตัวเอง
แม้จะบอกว่าการเกษตรก็จริง แต่เราขอแนะนำให้เป็นพืชประเภทยืนต้น หรือต้นไม้อย่างพวกมะม่วง กระท้อน ลองกอง มะนาว เพราะนอกจากจะสวยงาม ทำให้ที่ดินของคุณไม่ดูรกร้าง แห้งแล้งจนเกินไปแล้ว คุณยังสามารถนำผลเหล่านั้นมาขาย หรือนำมาทานในครัวเรือนเสียเอง เรียกได้ว่านอกจากจะได้กำไรแล้ว คุณยังได้ดำเนินรอยตามคำสอนของในหลวง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และการเกษตรอีกด้วย

แต่ข้อเสียขอการนำที่ดินเปล่ามาทำการเกษตรด้วยตัวเอง อาจจะต้องลงทุนเสียหน่อย และต้องเสียเวลาดูแลด้วยตัวเอง จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลมากนัก นอกจากนี้ต้นไม้ที่เราได้กล่าวไปล้วนออกลูก ออกผลตามฤดูกาล หากมีคนมากว้านซื้อที่ดินก่อนหน้านั้น ระวังจะลงทุนเก้อได้นะ


6. หาหุ้นส่วน ปล่อยเช่าทำการเกษตร
ข้อนี้อาจจะตอบโจทย์ได้ดี สำหรับคนที่มีเงินทนพอประมาณ และสนใจในเรื่องการทำเกษตร และการสร้างหน้าตาที่ดินของคุณให้ดูดีมากขึ้น โดยคุณอาจให้ผู้เช่าสามารถทำการเกษตรต่างๆ ตามที่ได้กล่าวยกตัวอย่างข้างต้นไปแล้ว
ซึ่งการเกษตรในที่นี้ เราขอยกเว้นการทำนาไว้เสียหน่อย ไม่ใช่ว่าเราไม่สนับสนุน แต่สำหรับการหาเงินเพียงชั่วคราว เพราะตามกฏหมายแล้ว ผู้ให้เช่าที่ดินทำนา ต้องให้เช่าอย่างน้อย 6 ปี นอกจากนี้การเก็บค่าเช่ายังต้องเก็บเป็นปีอีกด้วย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็ไม่สามารถเรียกเก็บเพิ่มเติมได้ และคุณต้องให้สิทธิ์ผู้เช่าแต่เดิมก่อนเสมอ ไม่สามารถขายได้ในทันที
จะเห็นได้ว่า พื้นที่ดินเปล่าระหว่างรอการซื้อขายนั้น สามารถทำอะไรได้มากมายกว่าที่คุณคิด นอกจากนี้ต้องคำนึงให้ดีด้วย เพราะสัญญาการเช่าต่างๆ นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะหลักการเช่าเพื่อให้คนมาทำการเกษตร เพราะมีกฏหมายรองรับอยู่ ดังนั้น ถ้าจะให้ดี เราขอแนะนำให้คุณทำการเกษตรดีกว่าปล่อยให้คนอื่นมาเช่า นอกเสียจากว่า คุณไม่มีเวลาจริงๆ เพราะถ้าต้องการขาย ตามกฏหมายต้องให้สิทธิ์ผู้เช่ามาก่อน ไม่สามารถขายได้ทันที นั่นเอง

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วางแผนในการลงทุนคอนโด

อย่าเก็บปัญหามาคิด

อย่ารอให้ถึงวันนั้น