BLOG

ข้อคิด คำคม บทความดี ๆ ที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจ จากปลายปากกาของคุณประไพศรี ประเสริฐแก้ว

เลือกซื้ออสังหาฯ ไว้ลงทุน สไตล์เจเนอเรชัน X - Y - Z

หากพูดถึงรูปแบบการลงทุนที่น่าสนใจและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า มากกว่าการนำเงินฝากไว้ในธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยเพียงน้อยนิดแล้วล่ะก็ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงเป็นการลงทุนที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าที่น่าสนใจ

ลงทุน,อสังหาริมทรัพย์,คอนโด,generation



ถามว่าทำไมต้องซื้อหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์... เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสี่ที่ทุกคนต้องการ และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาและศักยภาพของทำเลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ โดยเฉพาะถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกที่ถูกเวลาแล้วล่ะก็ สามารถทำกำไรได้ก้อนโตเลยทีเดียว 

สำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็มีให้เลือกได้หลายรูปแบบทั้ง ที่ดินเปล่า, บ้าน, คอนโดมิเนียม, อาคารพาณิชย์ โดยการเลือกลงทุนของแต่ละคน ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชอบ รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงและการมีข้อมูลอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ อยู่ เช่น ใครที่ทำงานเป็นสถาปนิก อาจจะได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการก่อนคนอื่น โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลก็มีมาก เป็นต้น 

ฉะนั้นแล้วใครที่สนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน ก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ให้ลึกซึ้ง ก่อนที่จะนำพาตัวเองเข้าไปเริ่มลงทุน เพราะเชื่อว่ามีการลงทุน มีกำไร ก็อาจจะมีการขาดทุนได้เช่นกัน 

อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป เช่น ถ้าซื้อที่ดินเพื่อการลงทุน แน่นอนว่าเป็นไปได้ยากว่าจะขายต่อได้กำไรในระยะเวลาอันรวดเร็ว 1-2 วัน (มีโอกาสเป็นไปได้แต่น้อย) ซึ่งต้องรอนานเป็นปีหรือหลายปีจนกว่าราคาจะอัพขึ้นไป จึงจะถึงเวลาที่สามารถทำกำไรได้ หรือถ้าซื้อคอนโดมิเนียมในช่วงวันพรีเซลส์ (ซื้อได้คนแรกๆ) และได้ห้องตำแหน่งที่ดีที่สุดในโครงการ วันถัดมาอยากจะขายต่อใบจองก็สามารถทำกำไรได้ (ในกรณีที่โครงการนั้นฮอตจริงๆ) 

ส่วนถ้าใครอยากจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแนวราบ เช่น บ้าน, ทาวน์เฮ้าส์ จะให้มาขายใบจองได้ง่ายๆ เหมือนคอนโดมิเนียมก็ทำได้ยาก เพราะโอกาสในการเปลี่ยนมือมีน้อย นอกจากซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือเหมาะกับการลงทุนในรูปแบบการซื้อเพื่อปล่อยเช่ามากกว่า 

ทั้งนี้หากให้แบ่งรูปแบบการลงทุนของอสังหาริมทรัพย์สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การลงทุนระยะสั้น และการลงทุนระยะยาว ซึ่งการลงทุนของทั้ง 2 แบบมีข้อแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน 

  • การลงทุนระยะสั้น หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการเก็งกำไร นั่นคือมีความตั้งใจถือครองไว้ในระยะเวลาไม่นาน จะปล่อยของเมื่อสามารถทำกำไรได้ในอัตราที่พอใจแล้ว หรือในกรณีลงทุนในคอนโดมิเนียม บางคนขายต่อใบจองกันเลยภายในเวลาไม่กี่เดือน
  • การลงทุนระยะยาว เป็นการลงทุนโดยใช้ระยะเวลานานเป็นปีหรือหลายๆ ปี โดยหวังกำไรของส่วนต่างเวลาที่ขายต่อหรือในกรณีซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าก็หวังเก็บค่าปล่อยเช่าไปเรื่อยๆ โดยที่ยังถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่




  •  
  •  

ลงทุน,อสังหาริมทรัพย์,คอนโด,gen X,Gen Y,Gen Z



จะว่าไปแล้วคนแต่ละช่วงอายุหรือเรียกเท่ๆ ว่าแต่ละเจเนอเรชัน (Generation) ก็ดูจะมีสไตล์การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์แตกต่างกันออกไปดังนี้ 

กลุ่มคน Gen X หรือคนที่เกิดตั้งแต่พ.ศ. 2508-2519 (ค.ศ. 1965-1976) ซึ่งตอนนี้อายุประมาณ 41-52 ปี ไลฟ์สไตล์คนกลุ่มนี้ชอบอะไรง่ายๆ ไม่เป็นทางการ และคนกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในชีวิตระดับหนึ่ง ด้วยช่วงอายุที่มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ถือเป็นกลุ่มอายุที่เห็นโลกมาค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นแล้วการเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ควรจะเป็นในรูปแบบการลงทุนระยะยาวหรือการปล่อยเช่า โดยมองถึง Capital Gain ในอนาคตที่ต้องได้กำไรแน่นอน เน้นการบริหารพอร์ตให้มีรายได้สม่ำเสมอและมีความเสี่ยงน้อย โดยสามารถลงทุนได้ในอสังหาริมทรัพย์หลายรูปแบบทั้ง ที่ดิน, บ้าน, ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโดมิเนียมในทำเลในเมืองใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS โดยเฉพาะทำเลที่อยู่ใน Prime Location ระดับราคาตั้งแต่ 5-10 ล้านบาท เช่น The Line ราชเทวี ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้าราชเทวี อีกทั้งยังใกล้มหาวิทยาลัยและโรงเรียนดังหลายแห่ง จะซื้อเก็บไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินให้ลูกหลานในอนาคตก็น่าสนใจ หรือจะเป็นโครงการ Park 24 ที่ถือว่าตั้งอยู่ในทำเลที่ใจกลางเมืองและเป็นที่รู้จักของต่างชาติ เป็นทำเลที่มีศักยภาพ มีโอกาสปล่อยเช่าได้ง่ายและขายต่อได้กำไร อย่างน้อยราคาขายต่อขยับปีละ 5-10% 

กลุ่มคน Gen Y หรือคนที่เกิดตั้งแต่พ.ศ. 2520-2540 (ค.ศ. 1977-1995) ซึ่งตอนนี้อายุประมาณ 20-40 ปี คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบใหม่และเริ่มต้นทำงานไปจนถึงกลุ่มคนที่ทำงานมาระยะหนึ่งและเริ่มมีเงินเก็บสักก้อน เมื่อเลือกการลงทุนควรเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว เป็นการเริ่มลงทุนในช่วงการเริ่มสะสม Port ตามรายได้และกำลังทรัพย์ที่ตัวเองหามาได้ หากมีเงินมากก็เลือกลงทุนในหลายโครงการ และลงทุนได้ตามความชอบส่วนตัว 

สำหรับคนกลุ่มนี้หากคิดจะเริ่มต้นลงทุนควรเริ่มในคอนโดมิเนียมระดับกลาง ราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งคอนโดมิเนียมระดับราคานี้ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณสุขุมวิทรอบนอก แต่ยังคงเกาะแนวรถไฟฟ้า และยังคงได้ความสะดวกสบายในการเดินทาง 

กลุ่มคน Gen Z หรือคนที่เกิดตั้งแต่พ.ศ. 2540 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (ค.ศ. 1995 - Present) ซึ่งตอนนี้มีอายุน้อยกว่า 20 ปี กลุ่มนี้หากดูตามอายุแล้วเป็น กลุ่มเด็กรุ่นใหม่ อยู่ในวัยเรียน หรือในช่วงอายุที่เป็นวัยรุ่น ทว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาจจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่หากมีความสนใจในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เริ่มต้นควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนและเป็นคนชี้นำให้กับพ่อแม่ในการตัดสินใจบางส่วน โดยเฉพาะการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้สถานศึกษาของลูก ซึ่งเมื่อหากลูกเรียนจบไปก็สามารถนำมาปล่อยเช่าหรือจะขายต่อก็ทำกำไรได้ดี หรือสเต็ปถัดไปหากลูกเรียนจบมีงานทำ และมีรายได้ ก็อาจจะเริ่มต้นการลงทุนเองได้ด้วยเช่นกัน 

ทำเลที่เหมาะสำหรับคนกลุ่มนี้ในการเลือกลงทุนจะเป็นทำเลแนวรถไฟฟ้าหรือสุขุมวิทรอบนอก ซึ่งมีคอนโดมิเนียมราคาไม่สูงมากนัก ราคาประมาณ 1 - 3 ล้านบาท

และอีกหนึ่งเจเนอเรชันที่ยังสามารถลงทุนอสังหาฯ ได้เช่นกันคือ กลุ่มคน Gen Baby Boomer (Gen B) หรือคนที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2489 – 2507 (ค.ศ.1946-1964) ซึ่งตอนนี้อายุประมาณ 53-71 ปี เป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงิน อยู่ในวัยเกษียณ เป็นรุ่นคุณปู่ ย่า ตา ยาย และหากมีความต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือคอนโดมิเนียม ก็ควรเลือกซื้อโครงการระดับ Hi End เพื่อเก็บไว้ให้กับลูกหลานและนอกจากจะเป็นการลงทุนแล้ว การซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็เป็นการแสดงออกถึงความมีฐานะ บารมี และการประสบความสำเร็จในชีวิตที่มีอสังหาริมทรัพย์ไว้ในครอบครองด้วย 

สำหรับระดับราคาที่คน Gen B เลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็บไว้เป็นมรดก โดยมีระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งคอนโดมิเนียมระดับราคานี้จะเป็นโครงการที่อยู่ในทำเลใจกลางเมือง เดินทางสะดวก 

อย่างไรก็ตามการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับความชอบและปัจจัยอื่นๆ รวมถึงเงื่อนไขของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะเลือกสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์แบบไหน อย่าง Gen Y บางท่านอาจจะมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาสูง 5-10 ล้านบาท หรือ Gen B บางท่านก็ชอบหรือถนัดที่จะเลือกลงทุนในราคากลาง 3-5 ล้านก็เป็นไปได้ทั้งนั้น 

*หมายเหตุ ข้อมูล Generation ที่มา : Nielsen 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5ข้อดีของ บ้านและคอนโดพร้อมอยู่

5วิธีเช็คบ้านมือสองเพื่อการลงทุน

เปิดโหลดฟรี พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง-พระราชินี