BLOG

ข้อคิด คำคม บทความดี ๆ ที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจ จากปลายปากกาของคุณประไพศรี ประเสริฐแก้ว

กลยุทธิ์การเลือกซื้อบ้าน

1.การเข้าซื้อบ้านควรเป็นแหล่งซื้อบ้านที่ไม่ได้ประกาศขายให้คนทั่วไปโดยมากรู้กัน อาจจะเป็นการบอกกล่าวกันปากต่อปาก หรืออาจซื้อกับเจ้าของบ้านโดยตรง จะทำให้เราหลบเลี่ยงราคาตลาดได้ด้วย อย่างไรก็ตามการเข้าซื้อบ้านที่จะทำกำไรได้นั้น ไม่ควรลงทุนกับบ้านใหม่หรือที่ดินใหม่ เพราะจะมีการบวกค่าต้นทุนต่าง ๆ เข้าไปจะทำให้ราคาสูงได้ ดังนั้นการเข้าซื้อบ้านมือสองจะทำให้เราต่อรองราคาเพิ่มได้อีก และผู้ลงทุนควรทำการประเมินราคาบ้าน ตรวจสอบภาพบ้าน หรือพาช่างไปตรวจเช็คบ้านเพื่อประเมินราคาซ่อมแซม ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อที่จะได้นำต้นทุนต่าง ๆ มาเจรจาต่อรองกับเจ้าของบ้าน และจะทำให้ได้ราคาที่จะสามารถทำกำไรเพิ่มได้


2.ผู้ลงทุนย่อมมีทำเลเป้าหมายของตนอยู่แล้ว ดังนั้นการหมั่นเข้าไปสำรวจพื้นที่อยู่บ่อย ๆ จะทำให้เราได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของบ้านในระแวกดังกล่าวอยู่เสมอ เพราะจะทำให้เราได้บ้านที่อยู่นอกตลาดได้ด้วย การมองหาบ้านเป้าหมายก็ควรเล็งเป้าหมายให้กว้าง ๆ ไว้ก่อน อาจจะเหนื่อยอยู่สักหน่อยแต่ได้ความคุ้มค่าแน่นอน หากโดยปกติหากเรามีเป้าหมายเพียง 1-5 หลัง ก็ให้เพิ่มเป็น 1-10 หลังไว้ได้เลย เพราะจะไม่ทำให้ผู้ลงทุนเสียโอกาสได้บ้านในราคาที่ถูกที่สุดไปนั่นเอง


3.การซื้อบ้านก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ในช่วงที่เศรษฐกิจขาลงหากบ้านเป้าหมายอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เราได้เล็งไว้ก่อนหน้านี้  ก็จะเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะเข้าเจรจาต่อรอง ยิ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ลงทุนได้บ้านที่สามารถทำกำไรได้มากในช่วงเวลานี้ ซึ่งคนทั่วไปจะซื้อบ้านในภาวะที่เศรษฐกิจดีเพราะสภาพคล่องกำลังอยู่ตัว และขายออกไปในภาวะเศรษฐกิจขาลง เพื่อเรียกกระแสเงินสดให้กลับมา แต่หากเรามองถึงการที่เราซื้อเพื่อนำมาทำกำไร ก็ให้เข้าซื้อในภาวะเศรษฐกิจขาลง และขายออกไปในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น จะสามารถขายได้ง่าย และทำกำไรได้เร็วขึ้นนั่นเอง


4.หากเราได้รับข่าวว่ามีบ้านเป้าหมายที่กำลังมีปัญหาทางการเงิน ต้องการขายบ้านเป็นการด่วน ไม่ว่าจะเป็นเกิดปัญหาการถูกฟ้องร้องเรื่องหนี้สินเป็นจำนวนมาก ต้องการระดมเงินทุนเพื่อจัดการปัญหาหนี้สิน บ้านก็จะเป็นทรัพย์สมบัติอีกชิ้นที่จะทำให้ตัดสินใจขายออกไปเพื่อเคลียร์ปัญหา ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดการทำกำไรในครั้งนี้ ก็ควรรีบเข้าไปเจรจาต่อรองซื้อมาไว้ครอบครองโดยเร็วที่สุด เพราะอย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านที่ร้อนเงินย่อมให้สิทธิ์ผู้ที่เข้ามาติดต่อก่อนด้วยเช่นกัน


5.อีกกลยุทธ์เด็ดอีกทางในการเข้าซื้อบ้านในราคาต่ำกว่าราคาตลาดได้ก็คือการรับซื้อฝากบ้านแก่ผู้ที่ต้องการขายบ้านแต่ยังขายได้ยากอยู่ จึงเป็นโอกาสอันดีของผู้ลงทุนที่จะรับฝากบ้านไว้ และอาจดำเนินการขายเองหรือฝากขายต่ออีกทอดหนึ่งก็ย่อมทำได้ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายในการบอกต่อเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แก่ผู้ที่พาผู้ซื้อมาให้กับเราได้ ซึ่งการใช้กลยุทธ์นี้จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องใช้บริการนายหน้าที่เป็นทางการ เพราะจะทำให้เสียค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้นจนเกินจำเป็นได้ อีกอย่างหนึ่งในส่วนนี้จะเป็นการใช้วิธีการทำกำไรจากระบบการซื้อขายนอกตลาดและทำเงินได้ด้วยนั่นเอง


6.การเจรจาซื้อขายบ้านนั้นจะให้จบลงอย่างง่ายดายนั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะต่างฝ่ายต่างก็ย่อมต้องการราคาที่ตนได้ตั้งเป้าไว้ อย่าได้ใจอ่อนเพราะจะทำให้เสียรูปการลงทุนได้ และอย่าได้แสดงอาการอยากได้จนเกินเหตุจนทำให้ตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบคู่เจรจา อาจต้องทิ้งท้ายไว้ให้กับผู้ขายได้ฉุกคิดเผื่อการเปลี่ยนใจในอนาคต


7.สร้างสถานการณ์ให้ราคาต่ำลงมาได้ในขณะเข้าซื้อ โดยการสร้างผู้ซื้อและผู้ขายเทียมขึ้นมาเพื่อทำให้ราคาตลาดของบ้านบริเวณนั้นต่ำลงมาได้ด้วยเช่นกันโดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เหมือนกับหุ้นที่หากมีการปั่นราคากันขึ้นมาจะถือว่าเป็นการผิดกฎหมายจะเอาผิดได้ทันทีที่มีหลักฐาน หากผู้ลงทุนประสบความสำเร็จในการปั่นราคาลงมาได้ ก็จะทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อทำกำไรได้เป็นอย่างมากในขณะขายบ้านออกไป

 

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลงทุนทุนที่ดินอย่างไรให้ได้กำไรโคตรๆ!!

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์...ไม่ง่ายอย่างที่คิด

“ธอส.-ออมสิน”บอกเอง วิธีกู้ซื้อบ้าน – คอนโด ทำยังไงให้แบงก์อนุมัติ